เครื่องชั่ง เทอร์โมมิเตอร์ และตัวจับเวลา

กองบรรณาธิการ · · 8 นาทีในการอ่าน

ชาจะชงซ้ำได้รสเดิมเมื่อรู้ตัวเลขสามตัว คือน้ำหนักใบชาเป็นกรัม อุณหภูมิน้ำ และจำนวนวินาที ใบชาควรชั่ง เพราะตวงด้วยช้อนอาจคลาดได้ถึงสามเท่า เครื่องชั่งละเอียด 0.1 กรัมกับตัวจับเวลาก็เพียงพอ และไม่ใช่ชาทุกชนิดที่ต้องใช้เทอร์โมมิเตอร์

เครื่องชั่งพกพา และช้อนไม้ไผ่ใส่ชาแห้งที่ตวงไว้
ภาพประกอบ
เครื่องชั่งและเทอร์โมมิเตอร์
เครื่องชั่ง: 
ความละเอียด 0.1 กรัมสำหรับกงฟูฉา 0.01 กรัมเมื่อใช้ชาน้อยกว่า 3 กรัม
ชาหนึ่งช้อน: 
ใบชาแบบเส้น 1.7 ถึง 3.5 กรัม ชาอัดก้อนแน่นได้ถึง 15 กรัม
เทอร์โมมิเตอร์: 
แบบหัววัด เซ็นเซอร์อยู่ที่ปลาย คลาดเคลื่อนไม่เกิน ±1 °C
ตัวจับเวลา: 
แม่นยำระดับวินาที จุดเริ่มนับสำคัญ
ISO 3103: 
2 กรัมต่อ 100 มล. คลาดเคลื่อนได้ ±2 %

ถ้าสงสัยว่าทำไมชาอูหลงเมื่อวานจึงอร่อยกว่าวันนี้ คำตอบมักอยู่ที่ตัวเลขสามตัวที่ไม่มีใครจดไว้ คือใส่ใบชาลงในไกวั่นกี่กรัม น้ำร้อนแค่ไหนตอนรินลงบนใบชา และแช่ไว้กี่วินาที เครื่องมือวัดมีไว้เพื่อให้รู้ตัวเลขเหล่านี้

ต่อไปนี้ว่าด้วยสิ่งที่ต้องวัดและต้องวัดละเอียดแค่ไหน เครื่องมือแบบใดใช้ได้ และเมื่อไรไม่ต้องใช้ก็ได้ ส่วนปริมาณใบชาต่อปริมาตรน้ำดูได้ที่สัดส่วนใบชา และอุณหภูมิที่เหมาะกับชาแต่ละประเภทดูที่น้ำ

ใบชา: ชั่ง อย่าตวง

ความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดเวลาชงที่บ้านคือช้อนชา สมาชิกเว็บบอร์ดชาแห่งหนึ่งตวงเซ็นฉะตัวเดียวกันด้วยช้อนสามคันและได้ 1.72, 1.85 และ 1.93 กรัม ส่วนชาอีกชนิดหนึ่ง ช้อนปาดเรียบหนัก 1.75 กรัม ช้อนพูนหนัก 2.75 กรัม สหกรณ์ชาโตเกียวให้ตัวเลขคร่าว ๆ ของช้อนญี่ปุ่นไว้ว่า พูนเล็กน้อยราว 2 กรัม พูนราว 3 กรัม ช้อนโต๊ะ 5 ถึง 6 กรัม ช้อนตักชาฉะมิ 6 ถึง 7 กรัม

กับชาอัดก้อน ช้อนใช้ไม่ได้เลย ร้านชา white2tea ยกตัวอย่างว่า ใบชาแบบเส้นหนึ่งช้อนหนักราว 3 กรัม ชาอัดก้อนแน่นหนึ่งช้อนหนักได้ถึง 15 กรัม ทั้งที่ดูแทบไม่ต่างกัน

ไม่ต้องทิ้งช้อน ให้สอบเทียบไว้แทน ชาแต่ละชนิดให้ชั่งช้อนปาดเรียบ ช้อนพูน และช้อนเต็มสักครั้ง แล้วจดตัวเลขไว้ หลังจากนั้นจะตวงด้วยช้อนก็ได้ ตราบที่ยังใช้ชาเดิมและช้อนคันเดิม

เครื่องตวงชามีมาก่อนเครื่องชั่ง ในคัมภีร์ชาของลู่อวี่ (ศตวรรษที่ 8) เครื่องตวง 则 ทำจากเปลือกหอย ทองแดง เหล็ก หรือไม้ไผ่ และตัวบทอธิบายไว้ว่า “เครื่องตวงคือเกณฑ์ คือบรรทัดฐาน คือขีดจำกัด” ปริมาณที่บันทึกไว้เป็นครั้งแรกคือผงชา “หนึ่งช้อนตารางนิ้ว” ต่อน้ำหนึ่งเซิง ใครชอบอ่อนก็ใส่น้อยลง ถึงสมัยซ่ง ช้อนก็เลิกเป็นเครื่องตวง ไช่เซียงในบันทึกชาระบุว่าช้อนสำหรับตีชาต้องหนัก ทำจากทองคำได้จะดีที่สุด ช้อนตักชา 茶则 เป็นหนึ่งใน “หกสุภาพบุรุษ” ของเครื่องมือชงชา

เครื่องชั่ง: ดูอะไรบ้าง

สำหรับกงฟูฉาและการชงประจำวัน เครื่องชั่งที่แสดงทีละ 0.1 กรัมก็พอ และเป็นค่าที่มาตรฐานการชิมชาของจีน GB/T 23776-2018 กำหนดไว้ 0.1 กรัมหมายถึงคลาดเคลื่อนได้ถึง ±0.05 กรัม ซึ่งเมื่อใช้ชา 3 กรัมจะคิดเป็นราว 2 % เท่ากับค่าคลาดเคลื่อนที่ ISO 3103 ยอมรับพอดี ถ้าใช้ชาน้อยกว่า 3 กรัม หรือชั่งตัวอย่างเทียบกันทีละคู่ ให้ใช้เครื่องชั่ง 0.01 กรัม

ตัวเลขบนจอที่มีหลักมากขึ้นไม่ได้แปลว่าแม่นยำขึ้น ตามข้อกำหนดของ NIST หลักที่เพิ่มขึ้นมาบนเครื่องชั่งต้องดูต่างจากหลักอื่นอย่างเห็นได้ชัด เพื่อไม่ให้เข้าใจผิดว่าวัดได้ละเอียด ควรดูค่าคลาดเคลื่อนที่ระบุไว้แทน เครื่องชั่งพกพาพิกัด 200 กรัมที่แสดงทีละ 0.01 กรัม เมื่อสอบเทียบด้วยตุ้มน้ำหนักมาตรฐานแล้วมักคลาดเคลื่อนไม่เกิน ±0.02 กรัม

ในทางปฏิบัติ

  • วางเครื่องชั่งบนพื้นที่มั่นคงและได้ระดับ ห่างจากลม แล้วรอให้ค่าศูนย์นิ่ง
  • วางไกวั่นเปล่าหรือถาดชาบนจานชั่ง กดปุ่ม TARE เพื่อหักน้ำหนักภาชนะ แล้วจึงใส่ใบชา
  • อย่าชั่งไกวั่นที่มีน้ำอยู่ ภาชนะรวมน้ำอาจเกินพิกัดของเครื่องชั่งพกพาไป 100 ถึง 200 กรัม และการรับน้ำหนักเกินทำให้เซ็นเซอร์เสีย
  • หลังย้ายบ้าน หรือทุกสองสามเดือน ให้ตรวจเครื่องชั่งด้วยตุ้มน้ำหนัก แรงโน้มถ่วงแต่ละที่ต่างกันเล็กน้อย

วิธีที่ง่ายที่สุดในการหาปริมาตรของภาชนะคือเติมน้ำให้เต็มแล้วชั่ง ที่อุณหภูมิห้อง น้ำ 1 มล. หนักราว 1 กรัม

อุณหภูมิ: วัดที่ไหน วัดด้วยอะไร

เทอร์โมมิเตอร์สำคัญน้อยกว่าที่คิด เพราะตัวเลขบนกาต้มน้ำกับอุณหภูมิในถ้วยเป็นคนละตัวเลขกัน

จากการวัดของ TeaDB (2026) น้ำเดือดในภาชนะพอร์ซเลน 75 มล. มีอุณหภูมิ 90.6 °C ทันทีหลังริน 85 °C หลังหนึ่งนาที และ 76.7 °C หลังห้านาที ในภาชนะที่อุ่นไว้ก่อน ค่าที่จุดเวลาเดียวกันคือ 96.1, 90.6 และ 79.4 °C ส่วนกาใบใหญ่ที่เติมน้ำไม่เต็มเย็นลงถึง 57.2 °C อากิระ โฮโจวัดกาที่ไม่ได้อุ่นซึ่งทำจากดินชนิดเดียวกัน หลังหนึ่งนาทีน้ำในกา 100 มล. อยู่ที่ 79 °C และในกา 300 มล. อยู่ที่ 85 °C ปริมาตรและการอุ่นภาชนะมีผลต่ออุณหภูมิน้ำมากกว่าความแม่นยำของเครื่องมือ

ลำดับความสำคัญจึงชัดเจน สำหรับชาอูหลง ชาแดง และชาผู่เอ๋อร์ที่ชงด้วยน้ำเกือบเดือด การอุ่นภาชนะและเติมน้ำให้เต็มสำคัญกว่า Stéphane Erler แห่ง Tea Masters เขียนไว้ตั้งแต่ปี 2005 ว่าเทอร์โมมิเตอร์ เครื่องชั่ง และนาฬิกาจับเวลาขัดกับจิตวิญญาณของกงฟูฉา และเป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้ด้วยความรู้สึก ร้าน white2tea และมาตรฐานการชิมชาเห็นตรงข้าม โดยถือว่าเครื่องชั่งเป็นพื้นฐานของการชงซ้ำให้ได้ผลเดิม ทั้งสองฝ่ายถูกตราบที่แยกเป้าหมายออกจากกัน ว่าจะเรียนรู้รสชาติหรือจะทำผลลัพธ์ซ้ำ สำหรับการชงทดสอบ Erler เองแนะนำให้ใช้ชาคงที่ 3 กรัม เหมือนในการประกวดชาต้งติ่ง

ชาเขียวญี่ปุ่นต่างออกไป สำหรับเกียวคุโระ จะลดอุณหภูมิน้ำ 95 ถึง 98 °C ด้วยการรินผ่านภาชนะหลายใบตามลำดับ ลงคีวสุที่ 70 ถึง 75 °C ลงถ้วยที่ 60 ถึง 65 °C ลงยุซามาชิที่ 45 ถึง 55 °C การรินแต่ละครั้งลดอุณหภูมิลงในระดับที่รู้แน่นอน เทคนิคจึงใช้แทนเทอร์โมมิเตอร์ได้ และเทคนิคนี้คือพื้นฐานของการชงเซ็นฉะและเกียวคุโระ

ควรซื้อเทอร์โมมิเตอร์แบบไหน

เลือกแบบหัววัดดิจิทัลที่มีเซ็นเซอร์อยู่ที่ปลาย และอ่านค่าได้ในเวลาไม่ถึง 10 วินาที เทอร์โมมิเตอร์ไบเมทัลแบบหน้าปัดวัดค่าเฉลี่ยตลอดก้านยาว 50 ถึง 76 มม. และต้องจุ่มลึกอย่างน้อย 5 ซม. ซึ่งไกวั่น 100 มล. น้อยครั้งจะมีน้ำลึกขนาดนั้น เทอร์โมมิเตอร์อินฟราเรดอ่านได้แค่ผิวหน้า ไอน้ำในแนวลำแสงและโลหะมันวาวทำให้ผลเพี้ยน และบนโลหะอาจคลาดเคลื่อนได้หลายสิบองศา

เทอร์โมมิเตอร์ทุกแบบตรวจเองที่บ้านได้ ใส่น้ำแข็งบดให้เต็มแก้ว เติมน้ำ คน จุ่มเซ็นเซอร์ลงไปลึกอย่างน้อย 5 ซม. โดยไม่ให้แตะผนังหรือก้นแก้ว แล้วรอครึ่งนาที ค่าที่อ่านได้ควรเป็น 0 °C น้ำเดือดใช้ทดสอบได้ไม่ดีเท่า เพราะน้ำจะเดือดที่ 100 °C เฉพาะที่ความดันมาตรฐานและเป็นน้ำกลั่น น้ำประปาเดือดต่ำกว่านั้น 1 ถึง 3 °C และบนภูเขาก็ต่ำลงไปอีก จดค่าที่เพี้ยนไว้แล้วนำมาปรับทุกครั้ง

ตัวเลขบนจอของกาต้มน้ำไฟฟ้าก็ควรเชื่ออย่างระวังเช่นกัน ในการทดสอบของ America's Test Kitchen กาส่วนใหญ่ต้มน้ำได้ต่ำกว่าค่าที่ตั้งไว้ 2 ถึง 5 °F (1 ถึง 3 °C) และรุ่นที่ดีที่สุดรักษาอุณหภูมิไว้ภายใน ±1 °F ได้นานครึ่งชั่วโมง ลองเทียบค่าบนจอกับหัววัดของตัวเองสักครั้ง

เวลา: เริ่มนับวินาทีจากตอนไหน

มาตรฐานจีน GB/T 23776-2018 อนุญาตให้ใช้นาฬิกาจับเวลาหรือนาฬิกาทรายที่แม่นยำระดับวินาที สำหรับกงฟูฉา ตัวจับเวลาในโทรศัพท์หรือนาฬิกาที่มีเข็มวินาทีก็ใช้ได้

คำถามที่ยากกว่าคือจะเริ่มนับเมื่อไร มาตรฐานอู่อี๋ DB35/T 1545-2015 สำหรับชาหยานฉา (อูหลงผาหิน) กำหนดชา 5 กรัมต่อน้ำ 110 มล. และแช่น้ำที่หนึ่งถึงสาม 20/30/45 วินาที โดยไม่นับเวลารินเข้าและรินออก มาตรฐานกุ้ยโจว DB52/T 1495-2020 กำหนด 15 ถึง 30, 10 ถึง 30 และ 10 ถึง 40 วินาทีสำหรับชา 5 กรัมต่อน้ำ 150 มล. โดยนับตั้งแต่เริ่มริน ตัวเลขสองชุดนี้เทียบกันตรง ๆ ไม่ได้ เพราะถ้ารินออกจากกาช้า ๆ น้ำที่แช่สั้นจะสัมผัสใบชานานขึ้นอีกหลายวินาที ให้เลือกจุดเริ่มนับไว้หนึ่งจุดแล้วใช้จุดเดิมทุกน้ำ ส่วนเวลาแช่ของแต่ละน้ำดูได้ที่กงฟูฉา

สำหรับการชงแบบตะวันตก ISO 3103 กำหนด 6 นาทีสำหรับชาแดง 5 นาทีสำหรับชาเขียวใบ และ 3 นาทีสำหรับชาเขียวใบละเอียด ในการชิมชาอูหลงแบบกงฟูตามมาตรฐาน GB/T ด้วยไกวั่น 110 มล. เวลาที่กำหนดคือ 2, 3 และ 5 นาทีนับจากเริ่มต้น ไม่ใช่ระยะเวลาของแต่ละน้ำ1

รีแฟรกโตมิเตอร์และเครื่องวัด TDS

เครื่องมือทั้งสองมาจากวงการกาแฟและการบำบัดน้ำ รีแฟรกโตมิเตอร์สำหรับชา เช่น ATAGO PAL-Tea วัดดัชนีหักเหของแสงเป็นเปอร์เซ็นต์บริกซ์ (% Brix) ช่วงวัด 0 ถึง 25 % แสดงทีละ 0.01 % ความแม่นยำ ±0.10 % ชดเชยอุณหภูมิได้ตั้งแต่ 10 ถึง 100 °C ราคาราว 460 ดอลลาร์ ปากกาวัด TDS วัดค่าการนำไฟฟ้าของน้ำแล้วแปลงเป็น ppm ด้วยตัวคูณคงที่ 0.5 หรือ 0.7 ปากกานี้ตรวจไม่พบสารที่ไม่แตกตัวเป็นไอออน เช่น น้ำตาล

สำหรับน้ำ ปากกาวัด TDS มีประโยชน์เพราะบอกปริมาณแร่ธาตุทั้งหมด ส่วนเรื่องอื่นที่สำคัญในน้ำสำหรับชงชาดูได้ที่เคมีของน้ำ เมื่อใช้กับน้ำชา เครื่องมือทั้งสองให้ตัวเลขออกมาโดยไม่มีมาตรวัดสำหรับชาไว้เทียบ ในแหล่งอ้างอิงไม่มีข้อมูลที่เชื่อถือได้เรื่องค่าบริกซ์ทั่วไปของชาที่ชงที่บ้าน จึงไม่ชัดว่าความแม่นยำ ±0.10 % พอหรือไม่2 ความเข้มของชาตัดสินกันด้วยการชิม

ซื้ออะไรตามสไตล์การชง

สไตล์ เครื่องชั่ง เทอร์โมมิเตอร์ ตัวจับเวลา
กงฟูฉา ชาอูหลงและชาแดง ทีละ 0.1 กรัม ไกวั่นละ 4 ถึง 5 กรัม ไม่จำเป็น การอุ่นภาชนะสำคัญกว่า วินาที ใช้โทรศัพท์หรือนาฬิกา
กงฟูฉา ชาผู่เอ๋อร์และชาเฮยฉา ขาดไม่ได้ ช้อนใช้ไม่ได้ ไม่จำเป็น วินาที
การชงแบบตะวันตก ทีละ 0.1 กรัม เฉพาะชาเขียว นาที
ชาเขียวญี่ปุ่น ทีละ 0.1 กรัม หัววัดหรือเทคนิคการริน วินาที
การชิมตามมาตรฐาน ทีละ 0.1 กรัม ไม่บังคับ ละเอียดถึงวินาที

ตัวเลข 4 ถึง 5 กรัมสำหรับชาอูหลงและชาแดง 6 ถึง 7 กรัมต่อไกวั่น 90 ถึง 100 มล. สำหรับอูหลงม้วนเม็ด และชาผู่เอ๋อร์ 1 กรัมต่อน้ำ 15 มล. มาจากประสบการณ์ของ white2tea เอง ถ้าจะซื้อทีละชิ้น ให้เริ่มจากเครื่องชั่งครัวที่แสดงทีละ 0.1 กรัม ตามด้วยตัวจับเวลา แล้วจึงเป็นหัววัดอุณหภูมิสำหรับชาเขียวญี่ปุ่น

เช็ดเครื่องชั่งด้วยผ้าแห้ง เก็บให้ห่างน้ำและมีฝาครอบ ล้างหัววัดด้วยน้ำร้อนผสมสบู่โดยไม่จุ่มทั้งอัน และถ้าทำตกให้ตรวจกับน้ำแข็งอีกครั้ง

คำถามที่พบบ่อย

ถ้าชงชาด้วยการกะเอาตลอดมาและชอบผลที่ได้ ยังต้องมีเครื่องชั่งไหม

ไม่ต้อง เครื่องชั่งสำคัญเมื่ออยากชงให้ได้รสเดิมซ้ำ หรืออยากรู้ว่าทำไมรสจึงเพี้ยนไป เครื่องชั่งช่วยประหยัดชาได้มากที่สุดกับชาผู่เอ๋อร์อัดก้อนและใบชาที่ความแน่นต่างกัน ถ้าเป็นชาผสมที่ดื่มประจำในแก้วใบเดิม ไม่ใช้ก็ได้

ควรซื้อเทอร์โมมิเตอร์แบบไหนสำหรับชงชา

แบบหัววัดดิจิทัล เซ็นเซอร์อยู่ที่ปลาย ตอบสนองภายในไม่ถึง 10 วินาที เทอร์โมมิเตอร์ไบเมทัลแบบหน้าปัดวัดค่าเฉลี่ยตลอดก้านยาว 50 ถึง 76 มม. จึงใช้ไม่ได้ในไกวั่น 100 มล. ส่วนแบบอินฟราเรดวัดที่ผิวหน้า ไม่ได้วัดน้ำ

ทำไมเทอร์โมมิเตอร์บอก 95 °C ทั้งที่น้ำในถ้วยเย็นกว่านั้น

เพราะวัดน้ำในกาต้มน้ำ ภาชนะที่ไม่ได้อุ่นจะทำให้น้ำเย็นลง 5 ถึง 10 °C ในไม่กี่วินาทีแรก การอุ่นไกวั่นและกาชาสำคัญกว่าการมีเครื่องมือที่แม่นยำ

เชิงอรรถ
  1. GB/T 23776-2018 “วิธีการประเมินชาด้วยประสาทสัมผัส” ข้อ 5.3.2.2 จุด 2, 3 และ 5 นาทีนับจากเริ่มต้น เวลาแช่จริงของแต่ละน้ำจึงราว 2 นาที 1 ถึง 2 นาที และ 2 ถึง 3 นาที ↩

  2. ข้อมูลจำเพาะของ ATAGO PAL-Tea: atago-usa.com ค่า TDS ทั่วไปของน้ำชาที่ร้านต่าง ๆ อ้าง (0.8 ถึง 2.2 %) ไม่ระบุวิธีวัด จึงไม่นำมาใช้ที่นี่ ↩

เครื่องชั่งและเทอร์โมมิเตอร์
เครื่องชั่ง: 
ความละเอียด 0.1 กรัมสำหรับกงฟูฉา 0.01 กรัมเมื่อใช้ชาน้อยกว่า 3 กรัม
ชาหนึ่งช้อน: 
ใบชาแบบเส้น 1.7 ถึง 3.5 กรัม ชาอัดก้อนแน่นได้ถึง 15 กรัม
เทอร์โมมิเตอร์: 
แบบหัววัด เซ็นเซอร์อยู่ที่ปลาย คลาดเคลื่อนไม่เกิน ±1 °C
ตัวจับเวลา: 
แม่นยำระดับวินาที จุดเริ่มนับสำคัญ
ISO 3103: 
2 กรัมต่อ 100 มล. คลาดเคลื่อนได้ ±2 %